บทความ

โรคทางสมอง : โรคเลือดคั่งใต้เยื่อหุ้มสมอง

การผ่าตัดเอาเลือดที่คั่งในสมองออก

ในผู้ป่วยบางกลุ่มสามารถมีเลือดออกในสมองได้เองโดยที่ไม่มีประวัติได้รับอุบัติเหตุใด ๆ ชัดเจน  ซึ่งในบางรายอาการเลือดออกในสมองก็มีอาการค่อยเป็นค่อยไป บางรายมีอาการแบบปัจจุบันทันด่วน หรือหากโชคร้ายก็อาจเสียชีิิวิตกระทันหัน ตัวอย่างที่พบได้บ่อย  ๆ เช่น
     - เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองเฉียบพลัน (Subarachnoid hemorrhage) ผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีอาการรุนแรงที่สุด และมักมีอาการเฉียบพลัน ถึงขนาดเสียชีิวิตแบบปัจจุบันทันด่วน  หรือ ในรายที่รอดมาที่โรงพยาบาล อาจมาเสียชีิวิตในภายหลัง สาเหตุมักเกิดจากเส้นโลหิตใหญ่ในสมองโป่งพองแล้วแตกออกแบบเฉียบพลัน(Ruptured aneurysm)  เลือดที่ออกในผู้ป่วยกลุ่มนี้จะอยู่ใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นกลาง(Arachnoid  membrane) ซึ่งต่างจากกลุ่มที่เป็นเกิดจากอุบัติเหตุหรือแบบค่อยเป็นค่อยไป ที่เลือดอยู่ใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นนอก (Dura mater proper) ผู้ป่วยกลุ่มนี้หากรอดมาถึงโรงพยาบาล จำเป็นต้องได้รับการตรวจรักษาโดยรีบด่วน โดยอาจต้องรับการผ่าตัดซ่อมเส้นเลือดในสมอง (Aneurysm clipping) หรือ อาจใช้ิวิธีอื่น ๆ ช่วยรักษา เช่น การใส่ขดลวด (Coiling)
     - เลืิอดออกในสมองจากเส้นโลหิตฝอยแตก (Common stroke) กลุ่มนี้พบได้บ่อยที่สุด โดยมักพบไ้ด้กลุ่มที่มีอายุมากกว่า ๔๐-๖๐ ปี ขึ้นไป เนื่องจากมักมีโรคประจำตัวคือ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง แต่ในปัจจุบันมีแนวโน้มพบในคนอายุน้อยลง อาจเป็นเนื่องจากอาหารที่ทานและความเครียดในการทำงานสูง อาการที่เด่นชัดที่สุดคือ ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงซึกใดซีกหนึ่ง แบบปัจจุบันทันด่วน การรักษาอาจใช้เพียงแต่ยา หรือบางรายก็ต้องรับการผ่าตัดเร่งด่วน ทั้งนี้ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์
     - เลือดคั่งใต้เยื่อหุ้มสมองแบบค่อยเป็นค่อยไป (Chronic subdural hematoma) เลือดจะออกใต้ต่อเยื่อหุ้มสมองชั้นนอก (Dura mater proper) และมักกินเวลานานโดยจะเริ่มจากปริมาณเลือดน้อย ๆ และขยายตัวขึ้นในเวลาประมาณ ๒-๔ สัปดาห์ พบได้ในผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยง คือ สมองฝ่อตัว(ฺBrain atrophy)จึงทำให้พบได้บ่อยในผู้ป่วยวัยชราตั้งแต่  ๖๐ ปีขึ้นไป ที่มีการเสื่อมของสมอง หรือหากพบในกลุ่มที่มีอายุน้อยหรืออายุมากแต่ไม่ถึงกับวัยชรา ก็มักเป็นกลุ่มที่มีประวัติทานเหล้าต่อเนื่อง (Alcoholism)  มีประวัติได้รับยากันการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาละลายลิ่มเลือด  ยาต้านเกล็ดเลือด เป็นต้น  ในรายที่เกิดจากการฝ่อของสมอง อาจได้รับประวัติอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนมีอาการประมาณ ๒-๔ สัปดาห์     อาการที่เด่นชัดคือ ปวดหัวเรื้อรัง เป็น ๆ หาย ๆ รู้สึกมึน ๆ สมองไม่โปร่ง คิดอ่านช้าลง การตัดสินใจผิดปกติไม่สมเหตุสมผล ตอบสนองช้าลง แขนขาอ่อนแรง เดินเซ ล้มง่าย หรือพูดไม่ชัด ความจำไม่ปกติ ลืมง่าย   ในบางรายอาจเป็นได้พร้อมกันทั้งสองข้าง การรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้เกือบทั้งหมดจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อเอาเลือดที่คั่งในสมองออก

 

การผ่าตัดเพื่อเอาซ๋อมเส้นเลือดสมองโป่งพอง  การเอาเลือดคั่งในสมองที่เกิดจากเส้นโลหิตฝอยแตก  หรือการเอาเลือดคั่งใต้เยื่อหุ้มสมองแบบค่อยเป็นค่อยไป ออก ในปัจจุบันสามารถ หลายรายสามารถผ่าตัดโดยไม่จำเป็นต้องโกนศีรษะและสามารถฟื้นตัวได้เร็ว  ทั้งนี้ขึ้นกับดุลพินิจในการเลือกวิธีการรักษาของแพทย์